ฝรั่งเศส เข้ารอบ ฟุตบอลโลก 2026 เอาชนะ โมร็อกโค ไปได้ถึง 2-0 ประตู
ฝรั่งเศส เข้ารอบ รอบ 8 ทีมสุดท้ายคู่แรก… ฝรั่งเศส ผ่านเข้ารอบได้แบบใสๆ ยิงปลาลักกี้777 จัดการโมร็อกโกไปได้ไม่ยากแม้ครึ่งแรกจะยังเจาะตาข่ายไม่ได้จากการยิงถึง 13 ครั้ง แต่มาจาก 5 โอกาสทอง รวมไปถึงจังหวะจุดโทษเบาๆ ของ เอ็มบัปเป้ ด้วยก่อนที่ครึ่งหลังจะมาใส่สกอร์กันเป็นว่าเล่น โดยทั้ง เอ็มบัปเป้ และ เดมเบเล่ ต่างยิงกันได้อย่างคมกริบ

ฝรั่งเศส เข้ารอบ ฝรั่งเศสตัวรุกดุเกิน รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 3สมัยติด! ฝรั่งเศสเอาชนะโมร็อกโก 2-0
ครึ่งแรก…เอ็มบัปเป้พลาดจุดโทษว่ากันตามแท็กติกแล้ว ฝรั่งเศส ไม่ได้ปรับอะไรเยอะ แค่ส่ง เดซิเร่ ดูเอ้ ลงแทน บาร์โกล่า สล็อต หมุน วงล้อเครดิตฟรี นอกนั้นเหมือนเดิมส่วน โมร็อกโก ปรับสองตำแหน่งสำคัญในแนวรับโดยใช้ นุสแซร์ มาสราวี ยืนเซ็นเตอร์แบ็กส่วนแบ็กซ้ายเป็น ซาลาห์-เออดิน
เกมเดินรถทางเดียวฝรั่งเศสเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ฝ่ายเดียวขณะที่ โมร็อกโก รับลึก… รอจังหวะสวนกลับเท่านั้นเป็นฝรั่งเศสที่สร้างโอกาสในแดนสามได้ชัดเจนกว่ามากหากนับเฉพาะคุณภาพจาก 5 โอกาสทอง ตั้งแต่ 5 นาทีแรกที่มี 2 จังหวะ ทั้ง เอ็มบัปเป้ ยิงนอกเขตติดเซฟ ยาซีน โบโน และลูกเตะมุมที่อูปาเมกาโน่ โหม่งตกพื้นก็ยังติดเซฟ โบโน อีก
จุดเปลี่ยนสำคัญคือลูกจุดโทษที่เอ็มบัปเป้ รอนานเกินไปจนVAR เช็กเสร็จพอจะยิงก็พยายามหลอกล่อแต่โบโน ไม่หลง ยืนนิ่งดักทางถูกสุดท้ายเอ็มบัปเป้ ยิงไปเข้าทางรับติดมือสบาย… จากนั้นมีจังหวะที่ บูอัดดี้ เสียบอลพลาด ดูเอ้ แย่งได้ก่อนพาขึ้นไปยิงแต่ก็ยังติด โบโน ปัดออกหลังไปเฉยๆ
ส่วนช่วงทดเวลาครึ่งแรกลูก้าส์ ดีญ ส่องไกลนอกเขตบอลพุ่งชนคาน ส่วน โมร็อกโก ได้ยิงครั้งแรกในนาทีที่ 45+4 จากฟรีคิกของ อัชราฟ ฮาคิมี่ แต่บอลก็หลุดกรอบออกไป
ฝรั่งเศสสร้างโอกาสเยอะกว่าแต่”เปลือง”โดยเฉพาะลูกจุดโทษที่ประธานเป้ยิงเบาหวิวเกินไปมาก
มานู โคเน่ โดดเด่น…มิดฟิลด์จากโรม่า ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เก็บกวาด แย่งบอล และตัดเกมโมร็อกโกเปลี่ยนเป็นเกมรุกได้ดีเยี่ยม ทำให้ฝรั่งเศส ได้บุกต่อเนื่องโดยไม่ต้องพะวงเกมรับรวมทั้ง วิลเลี่ยม ซาลีบา และ อูปาเมกาโน่ ที่เล่นได้อย่างสบายๆในจังหวะ Open Play โมร็อกโก ไม่สามารถบุกมาถึงเขตโทษได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวไมค์ เมญอง แทบไม่ต้องเซฟอะไรเลย ส่วนที่ได้ยิงก็มาจากลูกฟรีคิกท้ายครึ่งแรกแถมไม่ตรงกรอบอีกด้วย
ครึ่งหลัง… เอ็มบัปเป้ & เดมเบเล่ ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ฝรั่งเศสก็ขึ้นนำ! บอลสองหน้าไลน์ดูเอ้ จ่ายให้เอ็มบัปเป้ เข้าเขตโทษเขาจับแล้วยิงจากระยะ 16 หลา ผู้เล่นโมร็อกโกยืนดูกัน นาเยฟ อาเกิร์ด หุบขาไม่ทัน เอ็มบัปเป้ แปข้างเท้าบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปเป็น 1-0 เป็นลูกที่ 8 ของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ และลูกที่ 20 รวมในฟุตบอลโลก
จากนั้นอีกเพียง 5 นาที ไมเคิล โอลิเซ่ แทงบอลกลางสนามให้เอ็มบัปเป้ ก่อนจะจ่ายต่อให้ อุสมาน เดมเบเล่ พาบอลทะลุโล่งๆ ไปถึงหน้าเขตโทษก่อนตัดสินใจแป…โบโน ปัดไม่พ้น บอลเข้าประตูไป 2-0 ที่เหลือก็เหมือนเป็นการซ้อมใหญ่ มีการส่ง วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี แทน โคเน่ , บาร์โกล่า แทน ดูเอ้ และ มาเตต้า แทน เอ็มบัปเป้
ฝรั่งเศส เข้ารอบรองชนะเลิศ 3 สมัยติดต่อกัน!!! (2018, 2022, 2026) ต่อจาก เยอรมนี(1982,1986,1990) และ บราซิล (1994,1998,2002) สถิติแบบนี้ชี้ชัดว่าพวกเขามีโอกาสไปถึงแชมป์อีกครั้ง!!
บราซิลทำได้ในปี 1994 และ 2002 ส่วนเยอรมนีปี 1990 และ 2014 ฝรั่งเศสได้ปี 2018 มาแล้ว จะเดินตามรอยความสำเร็จนี้หรือไม่? หรือจะมีใครมาขวางทางพวกเขาน่าติดตามยิ่งนักครับ!